วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ดูแลสุขภาพร่างกายตามแบบแพทย์แผนจีน


ปกติคนเราจะมีวิธีการดูปลสุขภาพที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าต้องการดูแลสุขภาพร่างกายตามแบบแผนแพทย์แผนจีนคือ ตื่นเช้ามาต้องดื่มน้ำ 2-3 แก้ว และต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เพราะจำทำให้มีสุขภาพที่ดี และมีอายุยืน ที่เราเรียกว่า "นาฬิกาชีวิต" โดยแบ่งเป็นเวลาดังนี้


enlightened 03.00-05.00 น. เป็นเวลาของปอด  

เป็นช่วงที่เหมาะกับการออกกำลังกายเพราะปอดจะได้รับออกซิเจน ทำให้ปอดทำงานดีและมีผิวพรรณที่ดีด้วย


enlightened 05.00-07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่  

ควรขับถ่ายอุจจาระทำให้เป็นนิสัยทุกเช้า เพื่อป้องกันโรคริดสีดวงทวาร


enlightened 07.00-09.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร  

การทานอาหารในช่วงเวลานี้ทุกวัน จะทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง


enlightened 09.00-11.00 น. เป็นเวลาของม้าม  

มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน ผู้ที่มักนอนหลับในช่วงเวลา 09.00-11.00 น. จะทำให้ม้ามอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมฝีปาก ผู้ที่พูดบ่อยๆ หรือะูดเก่งๆ ม้มาจะชื้น จึงควรพูดน้อยกินน้อย ม้มาจึงแข็งแรง


enlightened 11.00-13.00 น. เป็นเวลาของหัวใจ  

หัวใจจะทำงานหนักในช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะจะทำให้ใช้ความคิดหนัก ควรระงับอารมณ์เพื่อให้มีสุขภาพจิตที่ดี


enlightened 13.00-15.00 น. เป็นเวลาของลำไส้เล็ก  

ลำไส้เล็กมีหน้าที่ ดูดซึมสารอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภทเพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทำงานอย่างเต็มที่


enlightened 15.00-17.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะปัสสาวะ  

ช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก อาจจะออกกำลังกายหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง การอั้นปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เหลื่อที่ออกมามีกลิ่นเหม็นเหมือนปัสสาวะ


enlightened 17.00-19.00 น. เป็นเวลาของไต  

ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน ใครที่มีอาการง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนหลับแล้วเพ้อ แสดงว่าอาการหนักมาก


enlightened 19.00-21.00 น. เป็นเวลาของเยื้อหุ้มหัวใจ  

ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจเบิกบาน ไม่มัวหมอง


enlightened 21.00-23.00 น. เป็นเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น 

ห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้ เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย และไม่ควรตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ


enlightened 23.00-01.00 น. เป็นเวลาของถุงน้ำดี  

อย่าทำให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะจะทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว

ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00 น. 


enlightened 01.00-03.00 น. เป็นเวลาของตับ  

เป็นเวลาที่เหมาะสมกับการนอนหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงนี้ จะทำให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัย และไม่ควรกินอาหารเวลานี้ เพราะจะทำให้ตับทำงานหนัก

ที่มา : Smart SME
cr: http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=10492

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สูตรมาส์

สิว(เสี้ยน)! ผดผื่น! หน้ามัน! หน้าแห้งแตกเป็นขุย! หรือรอยแดง ผื่นแดงต่างๆ ปัญหาใหญ่ที่กวนใจหนุ่มสาวทั้งหลายมานาน โดยเฉพาะหนุ่มสาววัยว้าวุ่นที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่าน ตัวฉกาจร้ายที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่หายสักที แต่กลับมีเพิ่มมากขึ้นอันมาจากความเครียดที่สะสมมาระหว่างวันด้วย และบางทีก็ปรากฏชัดเจนจนหนุ่มๆ สาวๆ เสียเซลฟ์ไม่กล้าออกจากบ้านไปไหนเลยทีเดียว

ปัญหาใหญ่ขนาดนี้ไทยรัฐออนไลน์ก็ไม่นิ่งนอนใจ หยิบ 5 สูตรมาส์กหน้าจากธรรมชาติที่สามารถทำเองที่บ้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว มาเพิ่มความมั่นใจให้หนุ่มสาวกันมากขึ้น อย่ารอช้า … เรามาประเดิมสูตรแรกกันเลยดีกว่า

1. สูตรมาส์กกล้วยและน้ำผึ้ง

สูตรนี้เหมาะสำหรับคนหน้ามัน (มากจนเยิ้ม) โดยเฉพาะ มาส์กนี้จะช่วยลดความมันบนใบหน้า และป้องกันสิวที่เกิดจากความมันบนใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากกล้วยที่อุดมไปด้วยสังกะสี และวิตามินซีที่ช่วยในการต่อต้านและรักษาสิว อีกทั้งยังช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าในปริมาณพอเหมาะด้วย

วิธีง่ายๆ : แค่เพียงบดกล้วยที่สุกเต็มที่ 1 ผล เติมด้วยน้ำผึ้งสองช้อนโต๊ะ และเติมน้ำมะนาว 2-3 หยด มิกซ์เข้าด้วยกัน แล้วนำไปทาหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15- 20 นาที แล้วซับออกด้วยผ้าขนหนูเช็ดหน้าอุ่นๆ โดยการตบเบาๆ จนกว่าจะแห้ง แค่นี้มันช่วยป้องกันสิว และรอยตำหนิต่างๆ บนใบหน้าให้ค่อยๆ จางหายไปได้อย่างเหลือเชื่อ


สูตรมาส์กกล้วยและน้ำผึ้ง ... ขจัดสิวที่เกิดจากความมัน
2. สูตรมาส์กแอสไพริน

คุณอ่านไม่ผิดหรอก … มันคือยาแอสไพริน แก้อาการปวด ลดไข้นั่นแหละ แอสไพรินเจาะจงช่วยในการรักษาสิว และผดผื่นบนใบหน้าโดยเฉพาะ อีกทั้งป้องกันการระคายเคืองต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิวเหล่านั้นด้วย … วิธีนี้ถึงจะไม่เคยได้ยินกัน แต่รับรองได้ผลเยี่ยม !!

วิธีการง่ายๆ : แค่คุณบดแอสไพริน 1- 2 เม็ด (หรือมากกว่า ถ้าคุณต้องการระยะครอบคลุมการป้องกันที่ยาวนาน) ลงในจานเล็กๆ และผสมเข้ากับน้ำเปล่าพอประมาณ เติมน้ำผึ้งอุ่นๆ 1-2 หยด จากนั้นมิกซ์ส่วนผสมให้เข้ากันแล้วทาบนหน้า ย้ำบริเวณที่เกิดสิวและผดผื่นมากหน่อย แล้วปล่อยให้ตัวยาเซตตัว ซึมลงไปจนแห้งประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกได้เลย


สูตรมาส์กแอสไพริน ... รักษาสิว และผดผื่นบนใบหน้า
3. สูตรมาส์ก(เจล)ว่านหางจระเข้ผสมอะโวคาโด

อะโวคาโดประกอบไปด้วยกรดไขมัน และวิตามินมากมายที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้ ซึ่งจะช่วยรักษาผิวหน้าที่แห้งแตกจนลอกออกเป็นแผ่น อีกทั้งยังเติมน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวของคุณให้แลดูสุขภาพดีขึ้น เหมือนได้รับการบำรุงมาอย่างดีทีเดียว ส่วนว่านหางจระเข้นั้นสามารถช่วยลดการอักเสบ และลดอาการปวด(ของสิว) ได้ สำหรับใครที่หน้าเห่อ มีสิวอักเสบเยอะ ลองใช้สูตรนี้ดู … แล้วจะรู้ของเขาดีจริง !

วิธีการง่ายๆ : บดอะโวคาโดครึ่งผลลงในชาม แล้วมิกซ์ส่วนผสมด้วยเจลว่านหางจระเข้สองช้อนโต๊ะ, ข้าวโอ๊ตบดหยาบๆ (แบบแห้ง) หนึ่งช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้งอุ่นๆ หนึ่งช้อนโต๊ะเข้าด้วยกัน นำมาทาบนใบหน้า เน้นย้ำในส่วนที่หน้าแห้งแตกเป็นพิเศษ ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา 15 นาทีจนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น


สูตรมาส์ก(เจล)ว่านหางจระเข้ผสมอะโวคาโด ... แก้ปัญหาผิวหน้าแห้งแตก
4. สูตรน้ำผึ้งโลชั่น

อีกสูตรที่อยากแนะนำสำหรับคนที่หน้าแห้งจนแตกลอกออกเป็นแผ่น วิธีการง่ายๆ แค่ผสมน้ำผึ้งดิบสองหยดลงในโลชั่น หรือมอยซ์เจอไรเซอร์อย่างอื่นที่คุณใช้เป็นประจำก่อนใช้ทาตามปกติ น้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยธรรมชาติคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ (ช่วยให้ภาวะขาดน้ำหล่อเลี้ยงผิวหน้าดีขึ้น) เมื่อผสมรวมเข้ากับครีมโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวอยู่แล้ว มันจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ไขประตูปัญหาหน้าแห้งแตก ไร้เสน่ห์ให้หมดไป

อย่างไรก็ตาม ถึงน้ำผึ้งจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า แต่ก็ไม่ควรใส่ผสมกับครีมโลชั่นมากเกินไป เพราะจะทำให้หน้าคุณเหนียวเหนอะหนะ และดูมันเกินพอดีนะ ...


สูตรมาส์กน้ำผึ้งโลชั่น ... คืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า
5. สูตรมาส์กแตงกวา และข้าวโอ๊ตบดหยาบๆ

ส่วนผสมสำคัญสองอย่างที่ช่วยลดการอักเสบของสิว, รอยแดง และผื่นแดงต่างๆ ได้ผลดีอย่างที่คุณคาดไม่ถึง เพียงแค่ผสมข้าวโอ๊ตบดหยาบๆ หนึ่งถ้วยเล็ก และแตงกวาสับละเอียดเข้าด้วยกัน แล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าอุ่นๆ (ไม่ต้องใช้โฟมล้างหน้า) หรือซับออกด้วยผ้าขนหนูเช็ดหน้าอุ่นๆ แทน แค่นี้คุณก็จะได้ใบหน้าที่ขาววิ้ง ไร้ริ้วรอยมาขวางทางเจิดจรัสของคุณได้อีก


สูตรมาส์กแตงกวา และข้าวโอ๊ตบดหยาบๆ ... ลดเลือนรอยแดง และผื่นแดงต่างๆ

http://www.thairath.co.th/content/461906

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กำจัดสิวเสี้ยนง่ายๆด้วย เบกกิ้งโซดากับน้ำมะนาว

 เพื่อนๆคนไหนที่มีปัญหาสิวเสี้ยวที่อยู่ตามจมูกของเรา มองทีไรก็ขัดตาซะจริงๆ วันนี้เราจึงมาเสนอวิธีการกำจัดสิวเสี้ยนด้วย เบกกิ้งโซดา ที่มีวิธีทำที่แสนง่าย ใช้ควบคู่กับ มะนาว จะมีวิธีทำอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย
 
 
ส่วนผสม
 
           น้ำมะนาว
 
           เบกกิ้งโซดา
 
วิธีทำ 
 
           1. บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย จากนั้นใส่เบกกิ้งโซดาลงไป
 
           2. คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนกลายเป็นเนื้อครีมข้น 
 
           3. นำมาพอกไว้บนตำแหน่งที่มีสิวเสี้ยนให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้ 20 นาที
 
           4. ล้างออกด้วยน้ำเย็น 
 
 
 
ขอบคุณภาพจาก  Angeliicap.blogg.se
cr  http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=10140

สูตรลับ!! สิวยุบเร็วด้วย "ขมิ้น

สูตรลับ!! สิวยุบเร็วด้วย "ขมิ้น"
  • วันที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 13:45 น.   
สูตรขมิ้นสด + ดินสอพอง + น้ำมะนาว
สูตรนี้ช่วยบำรุง: ผิวหน้าให้ผุดผ่องสดใสอ่อนวัย และช่วยให้สิวยุบเร็ว


 
ส่วนผสม
ขมิ้นสด (เล็กน้อย)
ดินสอพอง 2-3 เม็ด
มะนาว 1 ผล
 
วิธีทำ
        นำขมิ้นสดมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปั่นรวมกับดินสอพองและมะนาว จนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียวใช้สำหรับนำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอน โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้าสดชื่นและเต่งตึงขึ้นด้วย ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือนจะสังเกตเห็นว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตได้มะนาว จะทำให้ผิวนวลเนียนขึ้นสามารถสัมผัสได้ และเมื่อผสมรวมกันกับผักแว่น ก็จะยิ่งทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 



ขอบคุณภาพจาก articles.spokedark.tv
http://smartsme.tv/breaking_detail.php?id=9621

สูตรหน้าใสด้วย มะเขือเทศ

สูตรหน้าใสด้วย มะเขือเทศ
  • วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา 14:07 น.   

สูตรหน้ากระจ่างใสด้วย มะเขือเทศ 

1.มะเขือเทศสดพอกหน้า โดยการนำมะเขือเทศสุกมาทำการฝานให้เป็นแผ่นบางๆ และแปะลงบนผิวหน้าในบริเวณที่ต้องการทำการพอกได้โดยตรง ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที สามารถทำได้เป็นประจำทุกสัปดาห์
 
2.ครีมมะเขือพอกหน้า โดยการนำมะเขือเทศไปปั่น หรือบดให้ละเอียด จากนั้นให้ทำการกรองเอาแต่น้ำ แล้วผสมเข้ากับส่วนประกอบอื่นๆที่มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงผิวพรรณ เช่น ข้าวโอ๊ต รำข้าว เป็นต้น เมื่อทำการผสมจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้ทำการล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง จากนั้นให้ทำการพอกครีมมะเขือเทศทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-30 นาที แล้งจึงค่อยทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด
 
3.การถูใบหน้าด้วยมะเขือเทศสุก นำมะเขือเทศสุกมาฝานเป็นชิ้นหนาๆ ขนาดพอดีมือ จากนั่นนำชิ้นมะเขือเทศเหล่านั้นทำการถูให้ทั่วใบหน้า และลำคอเบาๆ โดยพยายามเน้นในบริเวณที่มีสิวเสี้ยน เช่น จมูก คาง เป็นต้น ทำการขัดถูใบหน้าประมาณ 5-10 นาที แล้วพักหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที จึงค่อยทำการล้างออกด้วยน้ำเย็น
 
4.ดื่มน้ำมะเขือเทศ การดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำทุกวันเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้ใบหน้าขาวใสขึ้นได้ แต่สำหรับคุณสาวๆที่พึ่งหัดทานน้ำมะเขือเทศใหม่ๆอาจจะยังทำใจรับกับรสชาติไม่ได้ จึงขอให้แนะนำว่าให้ลองผสมน้ำมะเขือเทศกับน้ำหวานเฮลบลูบอย หรือผสมกับยูนีฟสีเขียว 100 % จะช่วยทำให้มีรสชาติที่ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันก็มีน้ำมะเขือเทศสำเร็จรูปออกมาวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยทุ่นเวลาในการเตรียมวัตถุดิบในการทำน้ำมะเขือเทศเพื่อดื่มเองของคุณสาวๆไปได้มากทีเดียว แต่สำหรับคุณสาวๆที่อยากทำน้ำมะเขือเทศดื่มด้วยตัวเองก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่ล้างมะเขือเทศประมาณ 3-6 ผลให้สะอาด หั่นให้เป็นชิ้นพอประมาณ จากนั้นนำไปใส่เครื่องปั่นพร้อมกับเติมน้ำเชื่อม น้ำเปล่า เกลือ แล้วปั่นให้ละเอียด เพียงเท่านี้ก็จะสามารถได้น้ำมะเขือเทศที่พร้อมดื่ม และสำหรับในหน้าร้อนแบบนี้ ก็ยังสามารถประยุกต์เป็นน้ำมะเขือเทศปั่น โดยการเติมน้ำแข็งลงไปในระหว่างที่ทำการปั่นได้อีกด้วย
 
5.การรับประทานมะเขือเทศสดๆ การรับประทานมะเขือเทศสดๆเป็นประจำทุกวัน วันละ 1-2 ผล นอกจากจะช่วยทำให้ใบหน้าขาวใสขึ้นแล้ว ยังช่วยในการลดความอ้วน และช่วยให้คุณสาวๆมีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

 
 http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=10099
 
ขอบคุณภาพจาก www.antishopliftingdevices.com

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โทษของไขมันเกาะในร่างกาย+สูตรลดหน้าท้องล้างไส้

ใครที่สะสมไขมันไว้ในร่างกาย สะสมไว้ไม่ดีนะคะเลยมาแชร์ข้อมูลโทษของไขมันที่เกาะในร่างกายส่งผลอะไรกันมั่ง

โทษที่เกิดจากการที่ไขมันที่เกาะในผนังลำไส้ กระเพาะอาหาร หากสะสมมาจะทำให้เกิดข้อบกพร่องและเป็นผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น

1. ถุงน้ำดี ทำให้นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียว นิ่วในไต สายตาเสื่อม ปวดเมื่อยตามร่างกาย
2. เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้มึนศีรษะ
3. ไตเสื่อม ทำให้ความจำลดลงและเป็นคนขี้หนาว
4. ม้ามชื้น ทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่าย
5. ม้ามโต ทำให้เหนื่อยง่ายเพราะม้ามไปเบียดปอด
6. ถ้าไขมันเกาะลำไส้เล็กมากๆ จะทำให้ลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้ เป็นผลทำให้เป็นหวัดในตอนเช้าหรือหวัดเรื้อรัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้จามในตอนเช้า
7. ถ้าไขมันในตับสูง การสร้างเม็ดเลือดจะลำบาก ฉะนั้นการดื่มตามสูตรนี้ นอกจากช่วยลดหน้าท้อง ยังส่งผลให้อาการป่วยทั้ง 7 ประการนี้หายไป ด้วย

มาแชร์สูตรล้างลำไส้กระทุ้งไขมันเกาะและยังช่วย ลดไขมันหน้าท้องได้อีก ฉะนั้นเรามาป้องกันการเกิดไขมันเกาะในผนังลำไส้และก่อโรคอ้วน

หน้าท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะบ่งบอกถึงว่า ตอนนี้สภาพร่างกายคุณเป็นอย่างไร นั้นก็หมายถึงอาหารที่คุณกินเข้าไปมันเข้ามันสะสมจนทำให้คุณมีไขมันหน้าท้องมาก และจะทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนไปในที่สุด และหน้าท้องเมื่อมีไขมันสะสมแล้วก็ลดยากเสียด้วยพอ ๆ กับไขมันที่สะโพกนั่นแหละ เราจึงมีวิธีทำสูตรนี้มาแนะให้ทำกันค่ะ
สูตรลดหน้าท้องนี้จะช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคปวดข้อ เป็นตะคริวอยู่บ่อยๆ หรือโรคอ้วน สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ดื่มเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี และช่วยบรรเทาโรคต่างๆ ได้

นมสดรสจืด หรือ นมสดไขมันต่ำ 1 กล่อง ขนาด 250 ml

โยเกิร์ตรสจืด หรือ โยเกิร์ตรไขมันต่ำ ครึ่งถ้วย

น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ(ถ้าไม่อยากให้หวานมาก ก็ลดเหลือ 3/4 ช้อนค่ะ)

มะนาวสด 1 ลูก

น้ำผึ้ง จะพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเอนติออกซิเดนท์ เช่นเดียวกับที่มีในผักใบเขียวและยังมีวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงโลหิต

นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากันชิมรสตามใจชอบ และต้องดื่มตอนเช้า มื้อเดียวก่อนอาหาร มื้ออื่นไม่เห็นผล ควรวางทิ้งไว้ 15-30 นาที เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงาน และควรดื่มน้ำตาม 1-2 แก้ว จะเห็นผลดียิ่งขึ้น

สรรพคุณไม่ใช่ยาลดน้ำหนักโดยตรง แต่จะปรับธาตุ ล้างพิษในลำไส้ ล้างไขมัน กินวันแรกๆ จะ เห็นเลยว่าอุจจาระจะเป็นสีดำ และไล่ลมในกระเพาะดีมาก ระยะต่อมา เมื่อลำไส้และกระเพาะอาหารในร่างกายปรับตัวได้กับอาหารที่กินแล้วจะเข้าสู่ ภาวะปกติ แต่ต่อมาจะมีความรู้สึกว่าหน้าท้องยุบลงเนื่องจากจุลินทรีย์ในโยเกิร์ต ทำให้ลำใส้ทำงานได้ดีไม่ทำให้ลำใส้บวมหน้าท้องป่องควรกินทุกเช้าติดต่อกันทุกวันนะค่ะ
cr:http://men.sanook.com/2017/